
เครื่องผลิตออกซิเจน มีกี่ชนิด และแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง ?
โดยผมจะแยกสรุปเป็นหมวดหมู่ดังนี้

1. เครื่องผลิตออกซิเจน ชนิดที่ใช้งานภายในบ้านขนาด 3-10 ลิตร/นาที
เครื่องผลิตออกซิเจนประเภทนี้จะมีขนาดกลาง - ใหญ่ แล้วแต่รุ่น นิยมใช้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องพักรักษาตัวภายในบ้าน
จะมีหลายขนาด เริ่มตั้งแต่ 3 ลิตร/นาที ไปจนถึง 10 ลิตร/นาที ซึ่งลักษณะการใช้งานก็จะแตกต่างกันไป จะสรุปให้ทุกท่านได้อ่านในหัวข้อถัดไป
ว่าแต่ละขนาดเหมาะกว่าใคร ก่อนอื่นผมขอตอบคำถามยอดฮิตที่สำหรับผู้ที่เลือกซื้อไปใช้งานครั้งแรก มักจะสงสัย และถามกันอยู่ประจำ

เครื่องผลิตออกซิเจน 3 ลิตร กับ 5 ลิตร ต่างกันอย่างไร ?
3 ลิตร หมายถึงการปรับอัตราการไหลของออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายต่อนาทีเป็นจำนวนลิตร นั่นคือปรับได้สูงสุด 3 ลิตร ต่อนาที (1-3 ลิตร) โดยที่ค่าออกซิเจน ยังได้ในระดับคงที่มาตราฐาน 93 +/- 3% (ออกซิเจนไม่ดรอป)
5 ลิตร หมายถึงการปรับอัตราการไหลของออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายต่อนาทีเป็นจำนวนลิตรนั่นคือปรับได้สูงสุด 5 ลิตร ต่อนาที (1-5 ลิตร) โดยที่ค่าออกซิเจน ยังได้ในระดับคงที่มาตราฐาน 93 +/- 3% (ออกซิเจนไม่ดรอป)
นั่นหมายถึงว่าต่างกันที่การปรับอัตราการไหลได้สูงสุดต่อนาที ถ้าพูดภาษาบ้านๆก็คือ แรงลมของออกซิเจนที่ออกมาสูงสุด โดยที่ค่าออกซิเจนคงที่ 93 +/- 3% ไม่ดรอปลงนั่นเอง
Trick : ปริมาณออกซิเจนที่ปรับให้ในแต่ละระดับเมื่อไปถึงปลายสายก็จะให้ความเข้มข้นที่แตกต่างกันด้วยนะครับ
ดูข้อมูลได้จากตารางอ้างอิงนี้ (%ออกซิเจนที่ได้จากอุปกรณ์ต่างๆนั้น ค่าออกซิเจนจากต้นทางต้องมีปริมาณที่มากกว่า 85% ขึ้นไป)

อ่านมาถึงตรงนี้ก็พอจะเข้าใจหลักการกันบ้างแล้ว งั้นขอเข้าเรื่องว่าขนาดลิตร แต่ละรูปแบบเหมาะกับใคร ใครควรใช้ ใครไม่ควรใช้

(1.)เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 3 - 6 ลิตร / นาที
เป็นขนาดที่นิยมใช้ในวงการแพทย์แพร่หลาย เนื่องจากผู้ป่วยที่ต้องกับไปพักรักษาตัวที่บ้าน ส่วนใหญ่มักนิยมให้ออกซิเจน ด้วยสาย Cannula

อ่านมาถึงตรงนี้ก็พอจะเข้าใจหลักการกันบ้างแล้ว งั้นขอเข้าเรื่องว่าขนาดลิตร แต่ละรูปแบบเหมาะกับใคร ใครควรใช้ ใครไม่ควรใช้

(1.)เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 3 - 6 ลิตร / นาที
เป็นขนาดที่นิยมใช้ในวงการแพทย์แพร่หลาย เนื่องจากผู้ป่วยที่ต้องกับไปพักรักษาตัวที่บ้าน ส่วนใหญ่มักนิยมให้ออกซิเจน ด้วยสาย Cannula
ซึ่งในทางการแพทย์จะกำหนดให้ใช้ได้ ไม่เกิน 6 ลิตร/นาที เนื่องจากหากเกินมากกว่านั้น โพรงจมูกจะอักเสพ และอาจจะทำให้เลือกกำเดาไหลออกมาได้
ถือว่าเป็นอันตรายต่อการใช้งาน

สำหรับการให้ออกซิเจนในระดับ 0.5-6 ลิตร/นาที ให้ความเข้มข้นออกซิเจนที่ปลายสาย 21-44% นั้นเหมาะกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ รวมไปถึงโรคอื่นๆ ที่มีปัญหาทางเดินหายใจ หอบเหนื่อยหายใจไม่สะดวก
ก็ขึ้นอยู่กับว่าแพทย์สั่งว่าควรใช้ในปริมาณไหน แต่ให้จำไว้ว่า Cannula ใช้เครื่องสเปค 5 ลิตร/นาที ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อ รุ่น 8-10 ลิตรให้เปลืองเงินในกระเป๋าเปล่าๆ
ถือว่าเป็นอันตรายต่อการใช้งาน

สำหรับการให้ออกซิเจนในระดับ 0.5-6 ลิตร/นาที ให้ความเข้มข้นออกซิเจนที่ปลายสาย 21-44% นั้นเหมาะกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ รวมไปถึงโรคอื่นๆ ที่มีปัญหาทางเดินหายใจ หอบเหนื่อยหายใจไม่สะดวก
ก็ขึ้นอยู่กับว่าแพทย์สั่งว่าควรใช้ในปริมาณไหน แต่ให้จำไว้ว่า Cannula ใช้เครื่องสเปค 5 ลิตร/นาที ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อ รุ่น 8-10 ลิตรให้เปลืองเงินในกระเป๋าเปล่าๆ
แล้วหากผู้ป่วยต้องพ่นยาด้วย ต้องใช้ 8-10 ลิตรมั้ย? ก็ไม่จำเป็นที่ต้องใช้อยู่ดี เพราะเครื่องรุ่นใหม่ๆ มักจะมีฟังก์ชันพ่นยามาในตัวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการจะซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนสักเครื่อง ถ้าผู้ป่วยต้องพ่นยาด้วย ก็ใช้เครื่อง 3 หรือ 5 ลิตร / นาที ได้ครับ หากเป็นการใช้งานแบบสาย Cannula
ปัจจุบัน เครื่องขนาดดังกล่าว ก็นิยมใช้กับคนทั่วไป (ไม่ได้ป่วย) แต่รู้สึกอ่อนเพลีย อันเนื่องมากจากสภาพอากาศ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ออกซิเจนดรอป ก็สามารถให้ออกซิเจนได้เหมือนกัน โดยจะให้ในปริมาณเล็กน้อย และให้ระยะเวลาที่ไม่นาน เพื่อให้รู้สึกสดชื่น หรือสามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น

(2.) เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 8 - 10 ลิตร / นาที
ซึ่งแบบดังกล่าวก็จะครอบคลุมขึ้นมาอีกขั้น สามารถใช้ผ่านสาย Cannula ในแบบเครื่องผลิตออกซิเจน 3 ลิตร 5 ลิตร/นาที ก็ได้ แต่ควรปรับไม่เกิน 6 ลิตร/นาที ความเข้มข้นออกซิเจน 21-44%

ส่วนใหญ่มักจะซื้อไปใช้งานกับผู้ป่วยที่ต้องการความเข้มข้นของออกซิเจนสูง จะใช้ผ่าน หน้ากากแบบมีถุงลม (Mask With Bag)
ปัจจุบัน เครื่องขนาดดังกล่าว ก็นิยมใช้กับคนทั่วไป (ไม่ได้ป่วย) แต่รู้สึกอ่อนเพลีย อันเนื่องมากจากสภาพอากาศ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ออกซิเจนดรอป ก็สามารถให้ออกซิเจนได้เหมือนกัน โดยจะให้ในปริมาณเล็กน้อย และให้ระยะเวลาที่ไม่นาน เพื่อให้รู้สึกสดชื่น หรือสามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น

(2.) เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 8 - 10 ลิตร / นาที
ซึ่งแบบดังกล่าวก็จะครอบคลุมขึ้นมาอีกขั้น สามารถใช้ผ่านสาย Cannula ในแบบเครื่องผลิตออกซิเจน 3 ลิตร 5 ลิตร/นาที ก็ได้ แต่ควรปรับไม่เกิน 6 ลิตร/นาที ความเข้มข้นออกซิเจน 21-44%

ส่วนใหญ่มักจะซื้อไปใช้งานกับผู้ป่วยที่ต้องการความเข้มข้นของออกซิเจนสูง จะใช้ผ่าน หน้ากากแบบมีถุงลม (Mask With Bag)
ซึ่ง Mask With Bag หรือ Oxygen Mask ซึ่งต้องใช้อัตราการไหลที่ 6 ลิตร/นาที ขึ้นไปเพื่อให้ปริมาณการจ่ายออกซิเจน เข้าไปที่หน้ากากเพียงพอต่อการใช้งาน
ผู้ป่วยอีกประเภทที่นิยมนำไปใช้ คือผู้ป่วยเจาะคอ ที่ใช้ หน้ากากแบบครอบคอ (Tracheostomy Mask) แต่มีข้อยกเว้นว่าต้องเป็นการต่อกับกระปุกน้ำทำความชื้นแบบธรรมดา และไม่สามารถต่อกับกระปุกปรับ % ทำความชื้นได้ (ท่องวงช้าง)


(3.) เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 8 - 10 ลิตร 20 psi ( แบบแรงดันสูง ) สำหรับผู้ป่วยเจาะคอ และผู้ป่วยทั่วไป
เครื่องลักษณะนี้ จะเป็นชนิดพิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ เพราะสามารถใช้งานได้ครอบคลุมกับทุกประเภท และใช้งานกับอุปกรณ์ออกซิเจนได้ทุกรูปแบบ
แต่ที่นำไปใช้บ่อยๆ จะใช้กับผู้ป่วยที่เจาะคอ โดยใช้อุปกรณ์เป็นกระปุกแบบปรับ % ทำความชื้นเพื่อละลายเสมหะที่เหนียวข้นของผู้ป่วยเจาะคอได้

เพราะเครื่องผลิตออกซิเจนแรงดันธรรมดา ขนาด 8-10 ลิตร/นาที นำไปต่อแล้วจะเกิดแรงต้านทำให้ ออกซิเจนที่ปล่อยออกมา ได้ไม่เกิน 5 ลิตร/นาที
ซึ่งไม่ตรงกับสเปคของเครื่อง และอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
บางท่านนำฟังก์ชันพ่นยามาอแดป ต่อร่วม ทำให้ปรับ Flow ขึ้นไปที่ 8-10 ลิตรได้


(3.) เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 8 - 10 ลิตร 20 psi ( แบบแรงดันสูง ) สำหรับผู้ป่วยเจาะคอ และผู้ป่วยทั่วไป
เครื่องลักษณะนี้ จะเป็นชนิดพิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ เพราะสามารถใช้งานได้ครอบคลุมกับทุกประเภท และใช้งานกับอุปกรณ์ออกซิเจนได้ทุกรูปแบบ
แต่ที่นำไปใช้บ่อยๆ จะใช้กับผู้ป่วยที่เจาะคอ โดยใช้อุปกรณ์เป็นกระปุกแบบปรับ % ทำความชื้นเพื่อละลายเสมหะที่เหนียวข้นของผู้ป่วยเจาะคอได้

เพราะเครื่องผลิตออกซิเจนแรงดันธรรมดา ขนาด 8-10 ลิตร/นาที นำไปต่อแล้วจะเกิดแรงต้านทำให้ ออกซิเจนที่ปล่อยออกมา ได้ไม่เกิน 5 ลิตร/นาที
ซึ่งไม่ตรงกับสเปคของเครื่อง และอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
บางท่านนำฟังก์ชันพ่นยามาอแดป ต่อร่วม ทำให้ปรับ Flow ขึ้นไปที่ 8-10 ลิตรได้
แต่หารู้ไม่ว่าการต่อในลักษณะดังกล่าว ทำให้ลมของช่องพ่นยาที่มีเพียงลมเปล่าๆ ไปผสมกับออกซิเจนบริสุทธิ์ในช่องออกซิเจน ทำให้ ออกซิเจนที่ส่งต่อไปถึงผู้ป่วย ความเข้มข้นดรอปลงอย่างมาก ซึ่งหากผู้ป่วยที่ต้องการออกซิเจนเข้มข้น ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อาจจะทำให้เป็นอันตรายได้
วีดีโอเปรียบเทียบ เครื่องผลิตออกซิเจนแรงดันธรรมดา กับเครื่องผลิตออกซิเจนแรงดันสูงครับ
ข้อสรุปของเครื่องที่ใช้งานภายในบ้าน
หากท่านที่จำเป็นต้องใช้เครื่องผลิตออกซิเจนเพื่อบำบัด ตามคำแนะนำของแพทย์ หรืิอจะซื้อมาเพื่อสำรองไว้ยามฉุกเฉินก็ตามแต่
การใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่ใช้ภายในบ้านก็ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับท่าน แต่หากยังไม่แน่ใจว่าจำเป็นต้องใช้หรือป่าว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เบื้องต้น
วีดีโอเปรียบเทียบ เครื่องผลิตออกซิเจนแรงดันธรรมดา กับเครื่องผลิตออกซิเจนแรงดันสูงครับ
ข้อสรุปของเครื่องที่ใช้งานภายในบ้าน
หากท่านที่จำเป็นต้องใช้เครื่องผลิตออกซิเจนเพื่อบำบัด ตามคำแนะนำของแพทย์ หรืิอจะซื้อมาเพื่อสำรองไว้ยามฉุกเฉินก็ตามแต่
การใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่ใช้ภายในบ้านก็ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับท่าน แต่หากยังไม่แน่ใจว่าจำเป็นต้องใช้หรือป่าว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เบื้องต้น
| ติดต่อสอบถาม สั่งซื้อสินค้า |
![]() ![]() ![]() |
| FB : Now Oxygen |
| Line : @nowoxygen |
| Tel : 0949047373 |
| จัดส่งฟรี พร้อมบริการแนะนำฟรี ชำระเงินปลายทางได้ |
| ผ่อนชำระ / โอนเข้าบัญชีธนาคาร / บัตรเครดิต |

























































